ประโยชน์ของการออกกำลัง
ในปัจจุบันวิทยาทางการแพทย์มีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้น สามารถป้องกันและรักษาโรคต่าง ๆ ได้มากมาย ดังนั้นสาเหตุส่วนใหญ่ของการเสียชีวิต จะมาจากโรคที่ไม่ติดเชื้อ และจากพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา ยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งโรคต่าง ๆ เหล่านี้เราสามารถป้องกันได้หรือทำให้ทุเลาลงได้ โดยการออกกำลังกาย ควบคุมอาหาร และมีพฤติกรรมในการดำรงชีวิตที่เหมาะสม
การป้องกันเสริมสร้างสุขภาพ เป็นวิธีการที่ได้ผล และประหยัดที่สุด สำหรับการมีสุขภาพที่ดี ดังนั้นการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพจึงมีประโยชน์ ดังนี้
1. ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน สมรรถภาพการทำงานของหัวใจจะดีขึ้นมาก ถ้าออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอติดต่อกัน 3 เดือน ชีพจรหรือหัวใจจะเต้นช้าลง ซึ่งจะเป็นการประหยัดการทำงานของหัวใจ
2. ลดไขมันในเลือด เพราะไขมันในเลือดสูงเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
3. เพิ่ม High Density Lipoprotein Cholesterol (HDL-C) ในเลือด ซึ่งถ้ายิ่งสูงจะยิ่งดีจะช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน
4. ลดความอ้วน (ไขมัน) เพิ่มกล้ามเนื้อ (น้ำหนักอาจไม่ลด)
5. ป้องกัน และรักษาโรคเบาหวาน
6. ช่วยลดความดันโลหิต (สำหรับผู้มีความดันโลหิตสูง) ลดได้ประมาณ 10-15 ม.ม. ปรอท
7. ช่วยทำให้หัวใจ ปอด ระบบหมุนเวียนของโลหิต กล้ามเนื้อ เอ็น เอ็นข้อต่อ กระดูกและผิวหนังแข็งแรงยิ่งขึ้น ช่วยลดความเครียด ทำให้นอนหลับดียิ่งขึ้น ความจำดี เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ชะลออายุ ช่วยป้องกันอาการปวดหลัง (เพราะกล้ามเนื้อหลังแข็งแรงขึ้น)
8. ป้องกันโรคกระดุกเปราะ โดยเฉพาะสุภาพสตรีวัยหมดประจำเดือน
9. ร่างกายเปลี่ยนไขมันมาเป็นพลังงานได้ดีกว่าเดิม ซึ่งเป็นการประหยัดการใช้แป้ง (glycogen) ซึ่งมีอยู่น้อย และเป็นการป้องกันโรคหัวใจ
10. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด เชื่อ ลำไส้ใหญ่ เต้านม ต่อมลูกหมาก
11. ทำให้มีสุขภาพดี ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค
10. ช่วยป้องกันโรคมะเร็งบางชนิด เชื่อ ลำไส้ใหญ่ เต้านม ต่อมลูกหมาก
11. ทำให้มีสุขภาพดี ประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรค
ความเสี่ยงในการออกกำลัง
การออกกำลังเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์สุขภาพอันแสนวิเศษ แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้หากร่างกายไม่พร้อมและออกกำลังอย่างไม่ระวัง ต่อไปนี้จึงเป็น ข้อควรระวังในการออกกำลังเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บและเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการออกกำลัง
- คำนึงถึงสภาพร่างกายเป็นหลัก หากไม่เคยออกกำลังมาก่อน ควรเริ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป เช่น ใช้เวลาวันละ 5 นาทีในระยะเริ่มแรก แล้วค่อยเพิ่มเวลาขึ้นเรื่อย ๆ หากรู้สึกเหนื่อยน้อยลง แต่ถ้ามีโรคประจำตัวหรืออยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ควรให้แพทย์เป็นผู้แนะนำรูปแบบการออกกำลัง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
- สวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสม ไม่รุ่มร่ามหรือรัดแน่นจนอึดอัด และควรเลือกสวมรองเท้าที่เหมาะกับรูปแบบการออกกำลังเพื่อช่วยรองรับน้ำหนักตัวและป้องกันอุบัติเหตุ
- ไม่ควรออกกำลังในเวลาร้อนจัด จากการวิจัยพบว่าช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการออกกำลังคือช่วงเวลาเช้า เพราะจะช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญอาหารและไขมันได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ
- หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหลักก่อนออกกำลัง 3 ชั่วโมง และไม่กินอาหารหลังออกกำลังเสร็จใหม่ ๆ เพราะร่างกายต้องการใช้เลือดในการย่อยและดูดซึมอาหาร
- จิบน้ำก่อน ระหว่าง และหลังออกกำลังกาย เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
- ควรมีการอบอุ่นร่างกาย (warm-up) และผ่อนคลายกล้ามเนื้อ(cool-down) ทุกครั้งที่มีการออกกำลัง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บหรือขัดยอก
- ไม่ควรออกกำลังในเวลามีไข้ ตัวร้อนจัด ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะในช่วงเวลานี้ร่างกายต้องทำงานหนักกว่าปกติอยู่แล้ว
- ในขณะออกกำลัง หากเกิดอาการบาดเจ็บ หรือรู้สึกผิดปกติ เช่น แน่นหน้าอก หน้ามือ ควรหยุดพักในทันที
นอกจากคำนึงถึงสภาพร่างกายแล้ว สภาพจิตใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นกัน เพราะอาจทำให้เสียสมาธิ จนเกิดอันตรายได้ แต่ก็ไม่ควรเอาสภาพจิตมาอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการออกกำลัง จนกลายเป็นความเกลียดคร้านและเฉื่อยชาในที่สุด
ที่มา :
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น